อายุเกินร้อย 672 คน! นักวิจัยไขเคล็ดลับ อะไรทำให้คนเมืองนี้สุขภาพดี ก่อนพบสิ่งสำคัญอยู่ "ใต้เท้า"

อายุเกินร้อย 672 คน! นักวิจัยไขเคล็ดลับ อะไรทำให้คนเมืองนี้สุขภาพดี ก่อนพบสิ่งสำคัญอยู่ "ใต้เท้า"

อายุเกินร้อย 672 คน! นักวิจัยไขเคล็ดลับ อะไรทำให้คนเมืองนี้สุขภาพดี ก่อนพบสิ่งสำคัญอยู่ "ใต้เท้า"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คุณยายจีนวัย 111 ปี เผยกิจวัตรเรียบง่ายที่ทำทุกวัน บ้านอยู่ในเมืองซึ่งมีคนอายุเกินร้อยถึง 672 คน

เรื่องราวของ หวัง ก่ายอิง คุณยายวัย 111 ปี จากเมืองรูกาว มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน กำลังได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ หลังเธอเปิดเผยวิถีชีวิตเรียบง่ายที่เชื่อว่ามีส่วนช่วยให้ยังคงแข็งแรงและช่วยเหลือตัวเองได้แม้อยู่ในวัยเกินร้อยปี

เคล็ดลับของคุณยายไม่ได้ประกอบด้วยอาหารราคาแพงหรือการออกกำลังกายหนัก แต่เป็นกิจวัตรที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งการขยับร่างกายผ่านงานบ้าน กินอาหารหลากหลาย ไม่กินมากเกินไป พักผ่อนเป็นเวลา และไม่ปล่อยให้ความกังวลติดค้างอยู่ในใจ

เมืองรูกาว บ้านของผู้สูงอายุเกินร้อยจำนวนมาก

คุณยายหวังอาศัยอยู่ในเมืองรูกาว เมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “เมืองแห่งคนอายุยืน” ของจีน ข้อมูลทางการระบุว่า ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมืองแห่งนี้มีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไปจำนวน 672 คน ในจำนวนดังกล่าวมีผู้สูงอายุตั้งแต่ 105 ปีขึ้นไป 26 คน

รูกาวตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มปากแม่น้ำแยงซี มีพื้นที่สีเขียวและวิถีการกินอาหารท้องถิ่นที่สืบต่อกันมายาวนาน ชาวเมืองนิยมอาหารสด หลากหลาย และใช้ผลผลิตในพื้นที่ เช่น ข้าว ผักกาด หัวไชเท้า และผักตามฤดูกาลเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร

 

นักวิจัยตั้งข้อสังเกต ดินอุดมแร่ธาตุอาจเป็นหนึ่งในปัจจัย

นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ดิน สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เคยศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างสภาพแวดล้อมกับปรากฏการณ์อายุยืนในเมืองรูกาว โดยเสนอว่า ดินในพื้นที่ซึ่งมีแร่ธาตุและธาตุอาหารรองหลายชนิด อาจส่งต่อคุณค่าทางโภชนาการไปยังพืชผลท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตดังกล่าวยังไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่าแร่ธาตุในดินเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ชาวเมืองมีอายุยืนจริงหรือไม่ เพราะอายุขัยได้รับอิทธิพลจากหลายด้าน ทั้งพันธุกรรม คุณภาพอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย สภาพแวดล้อม การเข้าถึงบริการสุขภาพ และความสัมพันธ์ในครอบครัว

อายุเกินร้อยแล้วยังลงไปช่วยงานในไร่

ก่อนจะมีอายุครบ 111 ปี คุณยายหวังเคยทำงานในไร่มาเกือบตลอดชีวิต แม้เข้าสู่วัย 100 ปีแล้ว เธอยังคงออกไปช่วยเก็บถั่วลิสงและแตงโมด้วยมือ การเคลื่อนไหวอาจช้าลงตามวัย แต่เธอยังมีความคิดแจ่มใสและมักบอกคนในครอบครัวว่าตัวเองยังไม่รู้สึกว่าแก่

ปัจจุบันคุณยายอาศัยอยู่กับครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกถึง 5 รุ่น รวมถึงหลานชายวัยประมาณ 60 ปี การมีลูกหลานอยู่ใกล้ชิดช่วยให้เธอได้รับการดูแล ขณะเดียวกันครอบครัวก็เปิดโอกาสให้เธอทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองเท่าที่ร่างกายไหว

เปลี่ยน “งานบ้าน” ให้เป็นการเคลื่อนไหวประจำวัน

แม้ลูกหลานมักขอให้พักผ่อน แต่คุณยายหวังยังเลือกทำงานบ้านเล็ก ๆ เช่น เช็ดโต๊ะ พับผ้า กวาดพื้น และช่วยเตรียมผัก เธอมองว่างานเหล่านี้ทำให้แขนขาได้เคลื่อนไหว ช่วยรักษาความคล่องตัว และทำให้ยังรู้สึกเป็นอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นทุกเรื่อง

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการดูแลผู้สูงอายุที่สนับสนุนให้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอตามความสามารถ งานบ้านเบา ๆ อาจช่วยลดเวลานั่งนิ่งและช่วยรักษาการทำงานในชีวิตประจำวัน แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย พื้นที่ไม่ลื่น และไม่มีสิ่งกีดขวางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม

กินอาหารเรียบง่าย แต่สลับเมนูและไม่กินมากเกินไป

อาหารของคุณยายหวังไม่ได้มีเมนูตายตัว ครอบครัวจะสลับอาหารหลักระหว่างซาลาเปา เกี๊ยว ข้าว และอาหารพื้นเมืองชนิดอื่น เพื่อให้มื้ออาหารมีความหลากหลาย เธอไม่ได้เน้นกินในปริมาณมาก แต่เลือกกินพออิ่มและหลีกเลี่ยงการกินจนแน่นเกินไป

อาหารโปรดของเธอคือปลา เพราะเนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย และไม่หนักท้อง ปลายังเป็นแหล่งโปรตีน วิตามิน และไขมันโอเมก้า 3 ในบางชนิด แต่การมีสุขภาพดีไม่ได้เกิดจากปลาเพียงอย่างเดียว ต้องอาศัยอาหารครบหมู่และเหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน

ครอบครัวหยุดพฤติกรรมเสี่ยง หลังเคยกินข้าวแช่เหล้าจีน

เหยาชิง เกอ ผู้สร้างคอนเทนต์ที่เดินทางไปเยี่ยมคุณยายเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ในอดีตคุณยายเคยชอบกินข้าวแช่เหล้าไป๋จิ่ว ซึ่งเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบดั้งเดิมของจีน แต่ครอบครัวได้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวมาประมาณ 5 ปีแล้ว

เหตุผลสำคัญคือความกังวลว่าแอลกอฮอล์อาจทำให้มึนเมา เสียการทรงตัว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ พฤติกรรมนี้จึงไม่ควรถูกนำเสนอเป็นเคล็ดลับอายุยืน เพราะหลักฐานทางการแพทย์ไม่สนับสนุนให้เริ่มดื่มแอลกอฮอล์เพื่อหวังประโยชน์ต่อสุขภาพ

ทำความดีวันละหนึ่งครั้ง ดูแลใจควบคู่กับร่างกาย

นอกจากการกินและการเคลื่อนไหวร่างกาย คุณยายหวังยังยึดหลักทำความดีเล็ก ๆ อย่างน้อยวันละครั้ง เช่น กล่าวชมสมาชิกในครอบครัว หรือส่งคำทักทายไปหาเพื่อนเก่า สำหรับเธอ การทำให้คนรอบข้างมีความสุขเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้แต่ละวันมีความหมาย

คุณยายเป็นคนอารมณ์สงบและไม่ชอบเก็บความขุ่นข้องหมองใจไว้นาน หากรู้สึกไม่สบายใจ เธอมักเลือกงีบหลับหรือพักผ่อนเพื่อให้อารมณ์เย็นลง ก่อนกลับมามองปัญหาด้วยความรู้สึกที่เบากว่าเดิม

“ฉันไม่เคยนำความกังวลเข้านอน หลังจากพักผ่อนเต็มที่ ฉันมักพบว่าเรื่องที่ทำให้โกรธในตอนแรก ไม่คุ้มค่าที่จะกังวลเลย”

เข้านอนตั้งแต่หนึ่งทุ่ม รักษากิจวัตรสม่ำเสมอ

อีกหนึ่งกิจวัตรที่คุณยายให้ความสำคัญคือการพักผ่อนเป็นเวลา โดยทั่วไปเธอจะเข้านอนประมาณ 19.00 น. และตื่นราว 07.00 น. ของวันถัดไป นอกจากนี้ยังงีบหลับสั้น ๆ อีกหนึ่งหรือสองครั้งระหว่างวันตามความต้องการของร่างกาย

แม้ระยะเวลานอนของแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่การรักษาเวลานอนและเวลาตื่นให้สม่ำเสมอช่วยสนับสนุนนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย สำหรับผู้สูงอายุ หากนอนมากผิดปกติ ง่วงซึมทั้งวัน หรือรูปแบบการนอนเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

ชาวเน็ตชื่นชม หวังให้พ่อแม่มีสุขภาพดีเช่นเดียวกัน

หลังเรื่องราวของคุณยายถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาชื่นชมความแข็งแรงและทัศนคติในการใช้ชีวิต หลายคนหวังว่าพ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวของตนจะมีสุขภาพดีและอายุยืนเช่นเดียวกับเธอ

บางความคิดเห็นมองว่าอายุยืนของผู้คนในรูกาวอาจไม่ได้มาจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม อาหาร การเคลื่อนไหว และการมีครอบครัวคอยดูแล อย่างไรก็ดี เรื่องราวของบุคคลเพียงคนเดียวไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากิจวัตรเหล่านี้จะให้ผลเหมือนกันกับทุกคน

สรุป เคล็ดลับไม่มีสูตรลับ แต่อยู่ในสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอ

ชีวิตของคุณยายหวัง ก่ายอิง สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพในวัยชราอาจเริ่มจากเรื่องธรรมดา ทั้งการเคลื่อนไหวตามกำลัง กินอาหารหลากหลาย ไม่กินมากเกินไป พักผ่อนเป็นเวลา และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หลักประกันว่าจะทำให้ทุกคนมีอายุถึง 111 ปี แต่เป็นพื้นฐานที่สนับสนุนสุขภาพและคุณภาพชีวิตได้

ส่วนดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุและผลผลิตในท้องถิ่นอาจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่น่าสนใจของเมืองรูกาว แต่ไม่ควรถูกยกให้เป็นคำตอบเพียงข้อเดียว อายุยืนเป็นผลรวมของพันธุกรรม สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ระบบสุขภาพ และโอกาสในชีวิต ซึ่งแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล